เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 6 ม.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลากลางจังหวัดสระแก้ว ต.ท่าเกษม อ.เมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว นายประสาน โพธิ์ทอง ผู้สื่อข่าวช่อง 3 ,นายสมศักดิ์ สารการ นายกสมาคมสื่อสารมวลชนจังหวัดสระแก้ว ผู้สือข่าว และนายธนภัท กิจจาโกศล ผู้สื่อข่าวท้องถิ่น สังกัดส่วนกลาง จ.สระแก้ว ซึ่งถูกนางวราภรณ์ ทอง หรือ เจ๊พร ขาใหญ่บ้านหนองหญ้าแก้ว ด่าทออย่างรุนแรง พร้อมกับมีการสาดน้ำปลาร้าใส่ และใต้กะละมังตีหัวจนได้รับบาดเจ็บ ขณะเข้าไปทำข่าวการทำบิ๊กคลีนนิ่งบ้านผู้ประสบภัยจากการปะทะ บ้านและร้านค้า รวม 2 หลัง ถูกระเบิด BM21 และลูกปืน ค.ตกใส่ พังเสียงหายเกือบทั้งหลัง ซึ่งบ้านที่เป็นร้านค้าซึ่งไม่มีบ้านเลขที่ได้รับการเยียวยาแค่ 5700 บาท จึงน้อยใจและร้องเรียนผู้สื่อข่าว ขอให้มีการตรวจสอบและพิจารณาใหม่ โดยกรณีนี้ ผู้สื่อข่าวได้ยื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อ นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสระแก้ว เพื่อส่งเรื่องให้ส่วนที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อกรณีนี้
นายธนภัท กิจจาโกศล ผู้สื่อข่าวท้องถิ่น สังกัดส่วนกลาง จ.สระแก้ว เปิดเผยว่า หลังได้รับมอบหมายให้ไปทำข่าวบิ๊กคลีนนิ่งฯ และสัมภาษณ์นายอำเภอ เพื่อชี้แจงกรณีดังกล่าว ปรากฏว่า ถูกกีดกันจากด่าน ชรบ.หนองหญ้าแก้ว ผู้ใหญ่บ้านและ สห.ประจำจุด ชรบ.ไม่ให้เข้าไปไปทำข่าว กระทั่ง นางวราภรณ์ขับรถเข้ามาด่าทอนักข่าวเสีย ๆ หาย ๆ และสั่งห้ามเข้ามาในพื้นที่ กล่าวหาว่า ทำข่าวบิดเบือน ซึ่งนักข่าวพยายามอธิบายว่า ไม่จริง แต่ไม่ยอมรับฟัง แต่กลับไปเทน้ำปลาร้าใส่กะละมัง เดินมาสาดใส่นักข่าว และตีด้วยกะละมังจนได้รับบาดเจ็บ ตามภาพที่มีการจัดฉากถ่ายคลิปและนำไปเผยแพร่ทางเฟซบุ๊กต่อสาธารณะ ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง
นายธนภัท กล่าวว่า หลังถูกกีดกัน ทางผู้สื่อข่าวพยายามขอเข้าไปถ่ายภาพเพื่อทำข่าวแต่ถูก สห.สังกัดกองกำลังบูรพา กีดกัน อ้างชาวบ้านและนายอำเภอไม่ให้เข้า กระทั่งต้องยกเลิกหมายงานดังกล่าว เพื่อกลับออกจากพื้นที่ ซึ่งตนยืนยันว่า ข่าวที่ถูกกล่าวหาว่า ทำข่าวบิดเบือนนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะเนื้อหาข่าวมีข้อมูลครบถ้วน ชาวบ้านที่เดือดร้อนร้องเรียนว่า ได้รับการชดเชยน้อยไปแค่ 5700 ไม่พอซ่อมแน่นอนเพราะอาจต้องใช้เงินหลายหมื่นบาท ซึ่งนายอำเภอเป็นคนพูดเอง ว่าได้แค่นี้เพราะไม่มีบ้านเลขที่ เธอก็จำใจ ได้แต่น้อยใจ ส่วนบ้านอีกหลังที่ถูกระเบิดเสียหายเช่นกัน และมีบ้านเลขที่ ชาวบ้านก็บอกว่า ได้เต็มที่ คือ เสียหายเกิน 70% ได้ตามจริงไม่เกิน 230,000 บาท ทุกอย่างเป็นข้อเท็จจริง ไม่มีส่วนใหนบิดเบือน
ส่วนข่าวที่กล่าวหาว่า ทำข่าวบิดเบือนทำให้บ้านหนองหญ้าแก้วเสียหาย กรณีในช่วงวันที่มีการปักธงชาติไทย 28 ส.ค.68 ซึ่งชาวบ้านและเจ๊พรจะไปปักธงชายแดน แต่ทหารไม่ให้เข้า ก็มีการด่าทอทหารและปิดครัวไม่ทำข้าวให้ทหารกินอีก รวมทั้งรื้อเต็นท์ เจ๊พร ก็พูดเอง มีเสียงคลิปด้วย ข่าวก็เขียนออกไปอย่างนั้น หลังมาจับมือดีกันกับทหาร ก็มากล่าวหาว่า เราลงข่าวบิดเบือน ทุกอย่างตรวจสอบได้ทั้งหมด มีหลักฐานและข้อมูลชัดเจน ยืนยันอีกครั้งว่า ข่าวที่นำเสนอออกไป เป็นจริงไม่มีบิดเบือน หลังจากนี้ หากการนำคลิปและกล่าวหาว่า บิดเบือน จนทำให้เกิดความเสียหาย จะตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายหลังจากนี้ เนื่องจากทุกอย่างมีรายละเอียดและข้อมูลยืนยันทั้งหมด
หลังยื่นหนังสือกับหัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมฯ "นายประสาน โพธิ์ทอง " ผู้สื่อข่าวช่อง 3 ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ตนเองได้ส่งนักข่าวไปทำบิ๊กคลีนนิ่ง หลังร้องเรียนจากชาวบ้านเรื่องค่าชดเชยเยี่ยวยา และก็ส่งเนื้อข่าวให้ตรวจสอบพบว่า ชาวบ้านพูดความจริง จึงเสนอข่าวออกไป หลังจากนั้น เพจของข่าวสดได้ออกไปก่อน นายอำเภอได้โทรไปที่ บก.ข่าวสด บอกว่าให้โทรกลับไปที่นายอำเภอ ซึ่งเราก็เสียใจคนระดับนายอำเภอต้องมีวุฒิภาวะ รู้ผิดรู้ถูก รู้ปัญหาในพื้นที่ และแก้ไขอย่างไร ผมเป็นสื่อมวลชนไม่มีหน้าที่ไปแก้ข่าว แต่ท่านต้องไปทำความเข้าใจกับชาวบ้านว่า ทำไม ทางอำเภอถึงจ่ายแค่ 5700 แต่ไม่ใช่มาโยงกับพวกเรา สื่อมวลชนเป็นกระจกเงา รู้อย่างไรมา ภาพอย่างไรมาเราก็ต้องส่งไปตามนั้น เราไม่มีหน้าที่ไปแก้ขาวให้เป็นดำ ดำให้เป็นขาว ก็ขอฝากถึงหน่าวยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจังหวัดไหน
"นายอำเภอถือเป็นกระบวนการของการบริหารประชาชนเบื้องต้นที่สำคัญ เป็นต้นน้ำเลย ถ้านายอำเภอใช้ไม่ได้ จังหวัดมันก็แย่ สิ่งสำคัญคือที่นายอำเภอ หลังจากที่เรื่องนี้ได้แพร่สะพัดออกไป ซึ่งผมได้เข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านมาตั้งแต่ปี 40 ก็บอกว่า มีการจัดฉาก จึงเอาคลิปมาดูอย่างละเอียด จึงอยากให้จังหวัดและผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เรียก อส.ที่ถ่ายคลิป แล้วคนที่กีดกันนักข่าว ไม่ให้เข้าไปทำข่าวของนายอำเภอที่บ้านหลังนั้น มีหน้าที่อะไรไปห้ามเขา รวมถึง สห. ฝากถึงผู้บัญชาการทหารบก แม่ทัพภาคที่ 1 ด้วย เราทำงานด้วยกันมานาน อยากฝากว่า เรียก สห.คนนี้ซิว่า ไปกีดกันนักข่าวได้ยังไง ขอฝากด้วยครับ" นายประสาน กล่าวทิ้งท้าย.
ภาพข่าว : นายสุพจน์ ทีมข่าวจังหวัดสระแก้ว//รายงาน



