นนทบุรี – ช้ำกว่านี้มีอีกไหม! เสี่ยรับเหมาก่อสร้างเลี้ยงลูกแฝดของภรรยากับชู้มานานกว่า 3 ปีครึ่ง โดยคิดว่าเป็นลูกตัวเอง


เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 14 มีนาคม 69 ที่สำนักงานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ถ.แจ้งวัฒนะ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายวินัย ชูวงษ์ อายุ 59 ปี เสี่ยรับเหมาก่อสร้าง นำเอกสารหลักฐานต่างๆ เข้าร้องเรียนกับนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ประธานมูลนิธิ เพื่อขอให้ช่วยเหลือ หลังตนเองถูกภรรยาที่อยู่กินกันมาตั้งแต่ปี 52 แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส สวมเขาแอบมีชู้กับชายหนุ่มจนมีลูกแฝดชายหญิง 2 คน แล้วมาบอกกับตนว่า เป็นลูกของตนเอง ให้ตนเองจดทะเบียนรับรองเป็นบุตรสุดท้ายตนมาทราบในภายหลังว่าลูกแฝดชาย-หญิง ทั้งสองคน เป็นลูกของชายหนุ่มที่ภรรยาแอบไปลักลอบมีชู้กันตั้งแต่ปี 64  

นายวินัย เล่าทั้งน้ำตาว่า เมื่อปี 52 ตนรู้จักกับ นางสาววราพร รื่นกลิ่น หรือแก้ว อายุ 38 ปี ขณะฝ่ายหญิงทำงานอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านบางบัวทอง จนกระทั่งเกิดเป็นความรัก และอยู่กินด้วยกัน มีลูกสาว อายุ 13 ปี เป็นพยานรัก ตนทำงานตระเวนรับจ้างรับเหมาก่อสร้างไปจังหวัดต่างๆ จนกระทั่งปี 64 ภรรยาบอกกับตนว่า จะไปทำงานที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อแบ่งเบาภาระให้ตนเองที่มีลูกฝาแฝดเนื่องจากตลอดเวลาที่ผ่านมา ตนส่งเสียเลี้ยงดูลูกฝาแฝดชายหญิงคู่นี้รวมทั้งให้ภรรยาใช้จ่ายเดือนหนึ่งนับหมื่นบาท

ตนเห็นว่าเขาอยากจะไปทำงานจึงไม่ได้ทักท้วง ซึ่งตอนนั้นลูกฝาแฝดทั้งสองคนอายุได้ 3 ขวบครึ่ง ตลอดเวลาตนจะโทรศัพท์หาเขา แต่เขาจะไม่รับโทรศัพท์เลย อ้างว่าติดทำงานถ้าว่างเดี๋ยวจะโทรกลับ ก็ทำให้ตนรู้สึกแปลกใจแต่ก็ไม่ได้คิดอะไรตลอดเวลาที่ภรรยาเอาลูกแฝดชายหญิงไปเลี้ยงดูและทำงานอยู่ที่จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตนจะโทรศัพท์หาตลอดเวลา แต่ก็มักจะติดต่อภรรยาได้ยาก เขาจะอ้างแต่ว่าทำงานอยู่ไม่ว่างรับสาย ตนก็ไม่ได้เอะใจอะไร

จนกระทั่งมีอยู่วันหนึ่ง ได้มีติ๊กต๊อกเด้งเข้ามาที่มือถือของตน เป็นรูปผู้ชายถ่ายคู่กับลูกฝาแฝดชายหญิงตน ตอนนั้นความรู้สึกช็อค-ชาไปชั่วขณะน้ำตาซึม จึงโทรไปถามภรรยาว่ารูปนี้คืออะไร ชายในรูปเป็นใคร ซึ่งภรรยาตนเองก็ยอมรับว่า เป็นสามีใหม่ และลูกแฝดชายหญิงทั้งสองคนที่ตนเลี้ยงมา 3 ปีครึ่ง ก็เป็นลูกของสามีใหม่ที่ชื่อนายธนภาศิษ หรือแบงค์ อายุ 40 ปี  ความรู้สึกตอนนั้น ตนอยากจะไปฆ่านายแบงค์-ภรรยาแล้วก็ลูกแฝดชายหญิง จากนั้นก็จะฆ่าตัวเองตายรวม 5 ศพ ให้รู้แล้วรู้รอดไป แต่เมื่อมองและนึกถึงลูกสาววัย 13 ปี ที่เกิดจากภรรยาคนนี้ ทำให้ตนยับยั้งชั่งใจไม่ก่อเหตุตามที่ตั้งใจไว้ เพราะสงสารลูกสาวที่นอนอยู่ข้างๆตนเองทุกคืน

ตนอยากถามว่าตลอดเวลาตนดีกับเขาให้เงินเขาใช้ทุกเดือน เลี้ยงดูลูกของชู้มานานถึง 3 ปีครึ่ง ทั้งๆที่คิดว่าเป็นลูกของตัวเอง เขาสองคนเคยโทรมาหรือขอโทษตนสักคำไหม แถมยังบล็อคมือถือโทรศัพท์ปิดช่องทางการติดต่อกับตนเอง ตนเองมาทราบจากคนใกล้ชิดภรรยาว่าเขาสองคนไปจดทะเบียนสมรสกันแล้ว ฝากไปบอกอดีตภรรยาด้วยว่าให้กลับมาทำเรื่องเซ็นเอกสารต่างๆ เพื่อเปลี่ยนนามสกุลของลูกแฝดชายหญิงคู่นี้ ซึ่งปัจจุบันเป็นนามสกุลของตนไปเป็นนามสกุลของสามีคนใหม่เขาเถอะ เรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นตนถือว่า เป็นเคราะห์กรรมที่ตนชดใช้ให้กับเขาในชาตินี้ และขอให้เป็นชาติสุดท้ายอย่าได้เจอะเจอกันอีกเลยไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหนๆ

ด้านนายรณณรงค์ ประธานมูลนิธิ กล่าวว่า  กรณีนี้ทั้งสองคนไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ตามกฎหมายไม่มีสิทธิ์ดำเนินการใดๆทั้งสิ้นฝ่ายหญิงจะไปมีใหม่ก็เป็นสิทธิ์ของฝ่ายหญิง ที่พึงกระทำได้ แต่ในเรื่องของคดีความ เสี่ยรับเหมาก่อสร้างรายนี้ อาจแจ้งดำเนินคดีในข้อหาแจ้งความเท็จ รวมทั้งข้อหาหลอกลวงที่มาบอกว่าบุตรแฝดทั้งสองคนเป็นลูกของเขา ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่ามันไม่ใช่ เรื่องนี้ สามารถดำเนินคดีได้ในด้านอาญาแต่อยากให้ทั้งสองฝ่ายได้มีโอกาสพูดคุยเจรจาตกลงหาทางออกร่วมกันจะเป็นการดีที่สุด

ภาพข่าว : ฉัตรมงคล สิงห์โต ทีมข่าวจังหวัดนนทบุรี//รายงาน
ใหม่กว่า เก่ากว่า