เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 26 มี.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทหารสังกัดกองกำลังบูรพา โดย พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผบ.ฉก.อรัญประเทศ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.อรัญประเทศ ร่วมกับ กองร้อยทหารพรานที่ 1202 ชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 จัดกำลังพลร่วมกับชุดปฏิบัติการข่าว ชปข.2 กกล.บูรพา ทำการลาดตระเวนเพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายในพื้นที่รับผิดชอบ ระหว่างจุดตรวจ จต.อ.02 - จต.อ.03 บริเวณ ม.5 บ.ภูน้ำเกลี้ยง ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และได้ตรวจพบ พร้อมจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายสัญชาติไทย (ขาเข้า) จำนวน 7 คน แบ่งเป็นชาย 5 คน หญิง 2 คนและสัญชาติลาว จำนวน 1 คน เป็นชาย ในขณะจับกุม ไม่มีผู้นำพา ก่อนนำตัวมาสอบสวน ณ ที่ทำการกองร้อย ทพ.1202
ทั้งนี้ สำหรับคนไทยทั้ง 7 คน ประกอบด้วย นายสุกฤษฎ์ อายุ 37 ปี ที่อยู่ ม.8 ต.บ้านสวน อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี, นายชัชวาล อายุ 30 ปี ที่อยู่ ม.4 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กทม.ฯ ,นายณัฐพล อายุ 34 ปี ที่อยู่ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม.ฯ , นายรุ่งเรือง อายุ 45 ปี ที่อยู่ ม.8 ต.ยายแย้ม อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ,นายตะวัน อายุ 20 ปี ม.7 ต.บ้านกลึง อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ,นางกรุณรัตน์ อายุ 60 ปี ที่อยู่ ม.2 ต.แพรกษา อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ ,น.ส.จุฑารัตน์ อายุ 26 ปี ที่อยู่ม.19 ต.ทัพรั้ง อ.พระทองคำ จ.นครราชสีมา และ นายพรศักดิ์ อายุ 36 ปี สัญชาติลาว ที่อยู่ บ.นาแกว เมืองชนะสมบูรณ์ แขวงจำปาศักดิ์ ประเทศลาว ซึ่งทั้งหมดเอกสารโดนยึดในประเทศกัมพูชา
จากการซักถาม นายสุกฤษฎ์ฯ ให้การว่า ตนทำงานเป็นพนักงานขายของในพื้นที่ จ.ชลบุรี ได้รับค่าแรง 12,000 บาท/เดือน ได้ใช้งานแอพพลิเคชั่นเฟสบุ๊ก และเจอโพสต์รับสมัครงาน ตนจึงได้แอดไลน์เพื่อพูดคุยรายละเอียด โดยบุคคลในแอพพลิเคชั่นไลน์ได้เสนองานเป็นแอดมินตอบแชทลูกค้า จะได้รับค่าตอบแทน 40,000 บาท/เดือน ตนจึงเกิดความสนใจ และได้ตอบตกลง ต่อมา เมื่อวันศุกร์ที่ 20 มี.ค.69 เวลา 17.00 น.ได้มีชายชาวไทย ไม่ทราบชื่อสกุล ขับรถแท๊กซี่ส่วนบุคคล มารับไปส่งยัง นินจาเกสต์เฮ้าส์ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และได้ให้ตนไปพักคอยที่ห้องหมายเลข B4 พักคอยประมาณ 3 ชม. ได้มีชายชาวไทย ขับรถยนต์โตโยต้า วีโก้ แคป สีขาว มารับตนออกจากที่พัก พาไปยังบริเวณไร่อ้อย ไม่ทราบสถานที่ และได้มีชายชาวเขมร จำนวน 2 คน มาพาตนเดินเท้าผ่านช่องทางธรรมชาติ ข้ามคลองไปยังประเทศกัมพูชา
นายสุกฤษฏ์ ฯ เล่าอีกว่า เมื่อมาถึงประเทศกัมพูชา ได้มีชายชาวกัมพูชา ขับรถเก๋ง สีบรอนซ์ มารอรับ พาไปยังอาคารส่วนกลาง ในพื้นที่กรุงปอยเปต จ.บันเตียเมียนเจย เป็นอาคารพาณิชย์ 6 ชั้น สีเทา ที่ชาวไทยเรียกว่า โต๊ะสนุ๊ก มีประตูเหล็กสีดำ มีรั้วปูนสีขาว มียามเฝ้า 24 ชม. เมื่อตนเข้าไปในตัวอาคาร ได้มีชายชาวไทย ไม่ทราบชื่อสกุล เข้ามายึดบัตรประจำตัวประชาชน และโทรศัพท์มือถือของตน และได้พาพวกตนไปยังอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ที่ชาวไทยเรียกว่า บันไดเหล็ก ตัวอาคารกำลังก่อสร้าง ตนได้สแกนหน้า 2 ครั้ง โดยมีนายวิหาร เกตุแก้ว เป็นผู้ควบคุมดูแลชาวไทย และให้ตนไปพักคอยยังอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น สีขาว อีกสถานที่หนึ่ง ซึ่งเป็นบ้านของบอสชาวจีน เพื่อรอข้ามกลับประเทศไทย และได้พบกับผู้ถูกจับกุมทั้งหมด
ต่อมา วันนี้ (26 มี.ซค. เวลา 03.00 น.มีรถสามล้อรับจ้าง ทะยอยพาพวกตนออกจากที่พักไปขึ้นรถเก๋ง สีดำ ไปยังชายแดนกัมพูชา-ไทย จากนั้นได้ชี้ช่องทาง และให้พวกตนเดินเท้าลัดเลาะผ่านช่องทางธรรมชาติ ข้ามมายังประเทศไทย จนกระทั่งถูก เจ้าหน้าที่ทหารพราน ทพ.1202 ตรวจพบ และทำการเข้าจับกุมดังกล่าว ซึ่งคนไทยทั้งหมดให้การลักษณะเดียวกัน คือถูกหลอกจากการหางานเฟซบุ๊กและไลน์ อ้างว่าได้ค่าตอบแทนสูง เมื่อมาถึงให้สแกนหน้าเปิดบัญชีม้า ซึ่งบางคนสแกนได้และไม่ได้ จนบัญชีตาย จึงถูกส่งกลับข้ามแดนดังกล่าว ล่าสุด ภายหลังสอบสวนและทำบันทึกจับกุมแล้ว เจ้าหน้าที่ทหารได้ควบคุมตัวทั้ง 8 คน แบ่งเป็นคนไทย 7 คน ชาวลาว 1 คน ส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.คลองลึก เพื่อตรวจสอบหมายจับและแจ้งความออนไลน์ เพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป.



