เมื่อวันที่ 13 มี.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทหารสังกัดกองกำลังบูรพา โดย พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผบ.ฉก.อรัญประเทศ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.อรัญประเทศ ร่วมกับ เจ้าหน้าที่กองร้อยทหารพรานที่ 1202 ชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 ออกลาดตระเวนและเข้มงวดกวดขันในพื้นที่ชายแดนไทยกัมพูชาในพื้นที่รับผิดชอบ กระทั่งสามารถตรวจพบกลุ่มบุคคลกำลังลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฏหมายชาวไทย จำนวน 9 คน แบ่งเป็นชาย 4 คน หญิง 5 คน ในพื้นที่ ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จึงควบคุมตัวมาสอบสวนเพิ่มเติม เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ จากการซักถาม นายสิรธีร์ และ น.ส.พนิดาฯ ซึ่งเป็น 2 ใน 9 ชาวไทยผู้ถูกจับกุม ให้การว่า ตนเองไม่มีงานและได้รับการชักชวนจากนายเจ็ต ไม่ทราบชื่อ-สกุลจริง ให้ไปทำงานที่บ้านสวนที่ จ.สระแก้ว มีที่พักฟรี อาหารฟรี 3 มื้อ โดยมีค่าตอบแทน 15,000 บาท/เดือน ตนได้เกิดความสนใจ จึงตอบตกลง ต่อมา เมื่อปลายเดือน ต.ค.68 ได้มีรถเก๋งสีดำมารับที่ บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กทม. มาลงที่ห้างบิ๊กซี อ.เมือง จ.สระแก้ว โดยมาถึงห้างบิ๊กซีสระแก้ว ประมาณ 17.30 น.และรอจนถึงเวลา 18.00 น.จากนั้นได้มีชาวไทยขับเก๋งสีดำมารับ จำหมายเลขทะเบียนไม่ได้ ให้ไปพักที่กระท่อมในไร่อ้อย จำสถานที่ไม่ได้ และได้มีชายชาวกัมพูชาพาเดินเท้าผ่านไร่อ้อย และข้ามคลองส่งน้ำ ไปที่ประเทศกัมพูชา เมื่อมาถึงประเทศกัมพูชา ได้มีรถกระบะสีเขียวมารับไปเมืองปอยเปต
นายสิรธีร์ และ น.ส.พนิดาฯ ให้การอีกว่า หลังถูกพาไปที่ทำงานเป็นอาคารพานิชย์สีฟ้า 4 ชั้น เมื่อมาถึงชายชาวจีน (บอส) ให้ทดลองงาน พร้อมทั้งให้เซ็นต์สัญญา 1 ปี ถ้าจะฉีกสัญญาทิ้งต้องจ่ายเป็นเงิน 70,000 บาท/คน ให้ตนพักอยู่ในอาคาร โดยบังคับให้ทำงานเป็นแอดมินตอบลูกค้าทำงานวันละ 14 ชม./วัน ไม่ได้รับค่าตอบแทน ตน และภรรยา ทำงานได้ประมาณ 3 เดือน ต่อมาวันที่ 18 ธ.ค.69 ชายชาวจีน (บอส) ได้ขายตนเองและภรรยา ไปที่บ่อนบาเวต บริเวณชายแดนกัมพูชา-เวียดนาม โดยทำงานที่ บ่อนบาเวตได้ 1 เดือน ในขณะได้มีการกวาดล้างของตำรวจกัมพูชา ตนได้หลบหนีออกจากบ่อนบาเวต เข้าไปซ่อนตัวอยู่ในวัดประเทศกัมพูชา ประมาณ 6 ชม.
ต่อมา วันที่ 16 ก.พ.69 ได้นั่งรถโดยสารประจำทางบาเวต มาลงที่กรุงพนมเปญ เสียค่ารถ 300/คน รวม 600 บาท เมื่อมาถึงกรุงพนมเปญ ได้ต่อรถรถโดยสารประจำทางมาลงกรุงปอยเปต เสียค่ารถ 500/ คน รวม 1,000 บาท เมื่อมาถึงกรุงปอยเปต ได้ออกหางานทำ เพื่อที่จะเดินกลับมาไทย และเร่ร่อนอยู่ในกรุงปอยเปต ต่อมา วันที่ 11 มี.ค.69 ได้ออกจากกรุงปอยเปต ด้วยการเดินเท้าและมาถึงชายแดนไทย-กัมพูชา และพักรออยู่บริเวณชายแดน ประมาณ 1 ชม. จากนั้นได้ออกเดินเท้าลัดเลาะผ่านช่องทางธรรมชาติ แนวคลองและได้มุดลวดหนามหีบเพลงข้ามมายังประเทศไทยจน กระทั่งถูก จนท.ทหารพราน ตรวจพบและทำการเข้าจับกุม
ขณะที่ น.ส.กาญจนาฯ คนไทยที่ถูกจับกุมอีกราย เล่าว่า ขณะตนไม่มีงานทำจึงได้รับการชักชวนจาก น.ส.แพรว ไม่ทราบชื่อ-สกุลจริง ให้ไปทำงานที่กรุงปอยเปต เป็นแอดมินตอบแชทลูกค้า มีรายได้ 20,000 บาท/เดือน ตนได้เกิดความสนใจ จึงตอบตกลง ต่อมาเมื่อวันที่ 25 ก.พ.69 ได้นั่งรถตู้จาก บขส.ชะอำ จ.เพชรบุรี ไปลงที่ บขส.หมอชิต 2 กทม. และได้ต่อรถตู้ จาก บขส.หมอชิต 2 กทม.มาลงที่ บขส.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยถึง บขส.อรัญประเทศ วันที่ 25 ก.พ.69 จากนั้นได้มีชาวไทย จำนวน 1 คน ขับเก๋งสีบรอนซ์ทองมารับไปพักที่รีสอร์ท จำสถานที่ไม่ได้ ประมาณ 20 นาที จากนั้นได้มีชายชาวไทยขับรถห้องเย็นสีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน มารับไปส่งที่บริเวณชายแดน ไทย-กัมพูชา
เมื่อมาถึงบริเวณชายแดนได้มีชายชาวกัมพูชา จำนวน 1 คน พาเดินเท้าผ่านไร่อ้อย ไร่มันสำปะหลังและพักคอยอยู่ที่สวนลำไยในพื้นที่ประเทศไทย และพาเดินข้ามไปประเทศกัมพูชา จึงได้มีรถกระบะสีขาวของประเทศกัมพูชามารับไปกรุงปอยเปต และพาไปที่ทำงานเป็นอาคารพานิชย์สีฟ้า 4 ชั้น เมื่อมาถึงสถานที่ทำงานได้มี ชายชาวจีน (บอส) ให้ทดลองงานและทำงานได้ 6 วัน ต่อมา ชายชาวจีน (บอส) ได้ย้ายตนไปทำงานที่ใหม่ซึ่งไม่ไกลจากที่เดิม และได้ทดลองงานที่ใหม่ จำนวน 3 วัน ตนทำไม่ได้จึงได้หลบหนี โดยได้เข้าไปพักที่โรงแรมในพื้นที่กรุงปอยเปต (จำชื่อโรงแรมไม่ได้) จำนวน 1 คืน
ต่อมา วันที่ 04 มี.ค.69 ตนออกจากที่พักโรงแรมในพื้นที่ในกรุงปอยเปต ไปพักอยู่ที่โรงแรมใกล้ๆ ในพื้นที่ และอาศัยอยู่ในโรงแรม จำนวน 7 วัน เพื่อซ่อนตัวชายชาวจีน (บอส) ที่ตามหาตน ต่อมาวันที่ 11 มี.ค.69 ได้ออกจากกรุงปอยเปต ด้วยการเดินเท้า และมาถึงชายแดนไทย-กัมพูชา จากนั้นได้ออกเดินเท้าลัดเลาะผ่านช่องทางธรรมชาติ แนวคลอง และได้มุดลวดหนามหีบเพลงข้ามมายังประเทศไทยจนกระทั่งถูก จนท.ทหารพราน ตรวจพบ และทำการเข้าจับกุม เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้สอบสวนชาวไทยรายอื่น ๆ ซึ่งให้การลักษณะเดียวกัน หลังสอบสวนและทำบันทึกจับกุมเสร็จ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวคนไทยทั้่ง 9 คน ส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.คลองลึก เพื่อตรวจสอบหมายจับและแจ้งความออนไลน์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
