กาญจนบุรี - ประเดิมจับรายแรก ชาวเมียนมา ลักลอบขนน้ำมันข้ามแดน! ไปใช้ประเทศเพื่อนบ้าน

จากกรณีนางสาววริษฐา  สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พลตำรวจตรีพศวีร์  เรืองภู่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี พันตำรวจเอกธนกร  รอดเรือง รอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี เรื่องขอความร่วมมือในการดำเนินการต่อความมั่นคงด้านพลังงาน โดยเฉพาะพื้นที่แนวตะเข็บชายแดน เกรงลักลอบน้ำมันเชื้อเพลิงนำออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่รับอนุญาต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ 10 มี.ค.69  หลังจากที่ได้รับนโยบายจากผู้บังคับบัญชา นายสุริยศักดิ์  เหมือนอ่วม นายอำเภอสังขละบุรี พันตำรวจเอกสันติ  พิทักษ์สกุล ผู้กำกับสภ.สังขละบุรี นายจอมไตร  ตันติเสวี ปลัดอาวุโสอำเภอสังขละบุรี  ทหารเฉพาะกิจลาดหญ้า  กรมศุลกากรสังขละบุรี  ตชด.ที่134  ตม.กาญจนบุรี เจ้าหน้าที่ชุด ชรบ. บ้านพระเจดีย์สามองค์ 

ขณะออกลาดตระเวนตรวจพื้นที่ตามแนวตะเข็บชายแดนเขตติดต่อกับ ประเทศเมียนมา ถึงหลังตลาดสดบ้านพระเจดีย์สามองค์ ชายชาวเมียนมา ขับรถสามล้อเครื่องพฤติกรรมกำลังยกถังน้ำมันเชื้อเพลิงข้ามไปยังฝั่งประเทศเมียนมา เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบทันที พบนายเตเมปาย อายุ 25 ชาวอำเภอพญาตองซู ประเทศเมียนมา พบน้ำมันเชื้อเพลิงดีเซลบรรจุแกลลอนละ 30 ลิตร 4 ถัง รวม 120 ลิตร อยู่บนรถสามล้อเครื่องใช้ผ้าห่มปิดบังอำพราง เจ้าหน้าที่เห็นพฤติกรรมดังกล่าวมีความผิดจึงจับกุม

จากการสอบสวนเบื้องต้นของผู้ต้องหาให้รับสารภาพ น้ำมันเชื้อเพลิงดีเซล ดังกล่าวเป็นของเพื่อนตนเองชาวเมียนมา ให้มารับน้ำมันที่ตลาดสดบ้านพระเจดีย์สามองค์ ให้ค่าจ้างขนย้าย แกลลอนละ 30 บาท ทางเจ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหา พรบ.ศุลกากรนำเข้าและส่งออกโดยไม่รับอนุญาต พรบ. หลบหนีเข้าเมืองดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สถานที่จับกุมบริเวณ ซอยพาณิชย์ 2-3 บ้านพระเจดีย์สามองค์ หมู่ที่ 9 ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ชุดจับกุมได้ติดสอบสวนขยายผลเพิ่มเติมถึงแหล่งที่ซื้อและที่ขายน้ำมันต่อไป ในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี ตามกฎหมาย

ก่อนหน้านี้ นายสุริยศักดิ์ เหมือนอ่วม นอภ. สังขละบุรี , พันตำรวจเอกสันติ  พิทักษ์สกุล ผู้กำกับสภ.สังขละบุรี , หน่วยเฉพาะกิจหญ้า , ตชด.ที่134 , ศุลกากรสังขละบุรี หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมกับผู้ประกอบการสถานีบริการปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิง อำเภอสังขละบุรี ในที่ประชุมกำหนดมาตรการเพื่อลดผลกระทบต่อการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และการใช้ชีวิตของประชาชน รวมถึงมาตรการคุมเข้มการลักลอบนำน้ำมันเชื้อเพลิงออกนอกประเทศ ดังนี้

1.จัดเจ้าหน้าที่ ประจำปั๊มน้ำมัน ไปให้บริการประชาชนที่มาใช้บริการ โดยกำหนดให้รถยนต์เติมได้ครั้งละ 1000 บาท 

2.กรณีใส่แกลลอนขนาดต่างๆ จะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานปกครองที่ประจำอยู่ปั๊มน้ำมัน ตามเหตุแห่งความจำเป็น และเร่งด่วนเท่านั้น ส่วนประชาชนที่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องจักรภาคเกษตรกรรม หรือปั้มน้ำมันในชุมชนให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปกครองอำเภอประจำปั๊มได้

3.ให้ดำเนินคดีโดยเด็ดขาด กับผู้ลักลอบนำน้ำมันเชื้อเพลิงออกนอกประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ผู้ลักลอบนำออก , ผู้สนับสนุนโดยให้ใช้ช่องทางผ่าน ฯลฯ

4.ส่วนราชการที่มีความจำเป็นต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิงต่อการปฏิบัติหน้าที่  การดำเนินโครงการต่างๆ ให้แจ้งอำเภอพิจารณาอนุญาต ทั้งนี้ให้ใช้เฉพาะตามความจำเป็นเท่านั้น ห้ามมิให้มีการกักตุน 

ทั้งนี้ มาตรการต่างๆ ให้เปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติม หรือผ่อนคลายได้ ตามสถานการณ์ระดับพื้นที่ อำเภอสังขละบุรี โดยความเห็นชอบของคณะทำงานศูนย์สั่งการชายแดน อำเภอสังขละบุรี อัตราโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 100,000 บาท  หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยอำเภอสังขละบุรี สั่งการให้ดำเนินดคีโดยเด็ดขาดทุกราย โดยไม่มีข้อยกเว้น กรณีเก็บน้ำมันเกิน 40 ลิตรขึ้นไป โดยไม่ได้ขออนุญาต ผู้ฝ่าฝืนมีโทษสถานหนัก


ภาพข่าว : ปรีชา  ไหลวารินทร์ ทีมข่าวจังหวัดกาญจนบุรี//รายงาน

ใหม่กว่า เก่ากว่า