
จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ แจ้งว่า พรุ่งนี้วันศุกร์ที่ 15 พ.ค.69 เวลา 11.30 น. ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จะพากลุ่มผู้เสียหายกว่า 30 ชีวิต เดินทางเข้าพบ พงส.บก.ปคม.เพื่อร้องขอความช่วยเหลือ หลังถูกบริษัทจัดหางานชื่อดังในจังหวัดเชียงใหม่ หลอกลวงว่าสามารถส่งไปทำงานที่ประเทศโปแลนด์ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่กลับลอยแพนานกว่า 1 ปี เผยยอดความเสียหายรวมพุ่งทะลุ 10 ล้านบาท ขณะที่เจ้าของบริษัทยังใช้ชีวิตสุขสบายไม่เกรงกลัวกฎหมาย
นายเนส (นามสมมติ) ตัวแทนผู้เสียหายจากจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า บริษัทจัดหางานดังกล่าวอ้าง Work Permit (Type A) บังหน้า ตนและกลุ่มเพื่อนเห็นประกาศผ่านเพจเฟซบุ๊ก ของบริษัทแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ อ้างว่ารับสมัครคนไปทำงานที่ประเทศโปแลนด์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยจะได้รับเอกสารใบอนุญาตทำงาน (Work Permit Type A) ซึ่งมีนายจ้างสปอนเซอร์ให้จริง แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับพบความผิดปกติหลายอย่าง เช่น -ข้อมูลไม่ตรงปก จากเดิมที่ตกลงว่าเป็นงานที่มีนายจ้างแน่นอน กลับถูกแจ้งภายหลังว่าเป็นงานลักษณะฟรีแลนซ์ ซึ่งไม่ตรงกับเงื่อนไขที่ตกลงไว้แต่แรก-ค่าใช้จ่ายบานปลาย ผู้เสียหายแต่ละรายเสียเงินค่าดำเนินการเฉลี่ยคนละ 97,500 บาท ยังไม่รวมค่าตรวจร่างกาย ค่าตรวจสอบและล้างประวัติอาชญากรรม รวมถึงค่าธรรมเนียมวีซ่า และค่าเดินทางจากเชียงใหม่มากรุงเทพฯ หลายรอบ

นายเนสระบุว่าเฉพาะตนและแฟนสาวเสียเงินรวมไปแล้วกว่า 220,000 บาท ซึ่งเป็นเงินเก็บทั้งหมดที่มี จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างหนักนอกจากประเด็นเรื่องเงินแล้ว นายเนสยังระบุว่าได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักในหน้าที่การงาน เนื่องจากบริษัทดังกล่าวได้นำคลิปวิดีโอแนะนำตัวและประวัติการทำงานของตนไปเผยแพร่ผ่านช่อง YouTube โดยไม่มีการปิดบังใบหน้าหรือเสียง ทำให้เกิดความไม่สบายใจและส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและวิชาชีพ
ปัจจุบันกลุ่มผู้เสียหายที่รวมตัวกันได้มีประมาณ 80 ท่าน มูลค่าความเสียหายรวมขณะนี้สูงกว่า 10 ล้านบาท และคาดว่ายังมีผู้เสียหายอีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้เปิดเผยตัวหรือยังไม่ทราบว่าถูกหลอก เนื่องจากบริษัทดังกล่าวยังคงเปิดดำเนินการและเจ้าของบริษัทยังคงใช้ชีวิตตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“พวกเราเดือดร้อนมาก เงินเก็บทั้งชีวิตสูญไปกับความหวังที่จะไปทำงานสร้างตัวที่ต่างประเทศ จึงอยากขอให้จ่าคิงส์ช่วยประสาน บก.ปคม.ให้เข้ามาตรวจสอบและดำเนินคดีกับบริษัทนี้ให้ถึงที่สุด เพื่อไม่ให้ไปหลอกลวงคนไทยคนอื่นได้อีก” นายเนส กล่าวทิ้งท้าย