​เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัว เครื่องยนต์ขัดข้องร่วง!! ตกกลางป่าหญ้า ไฟลุกท่วมเครื่อง เจ้าของโรงงานพร้อมกัปตันหนีตายหวุดหวิด


​(วันนี้ 3 พ.ค. 69) เมื่อเวลาประมาณ 09:10 น. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการได้รับแจ้งเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกบริเวณป่ารกทึบ ใกล้เคียงซอยบางเมฆขาว ถนนสุขุมวิทสายเก่า ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ จึงประสานรถดับเพลิง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ และอาสาสมัครกู้ภัยรุดเข้าตรวจสอบ

​ที่เกิดเหตุอยู่ภายในป่าข้างโรงงาน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องลากสายยางลุยเข้าไปฉีดน้ำสกัดเพลิงที่กำลังลุกไหม้บริเวณเครื่องยนต์ของเฮลิคอปเตอร์ขนาดเล็ก รุ่น Guimbal Cabri G2 แบบ 2 ที่นั่ง โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาทีเพลิงจึงสงบ ตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบผู้ติดค้างภายในตัวเครื่อง ทราบภายหลังว่านักบินและผู้โดยสารรวม 2 ท่าน ปลอดภัยดี บาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น


โดยชาวบ้านในพื้นที่เล่าว่า ไม่เห็นนาทีที่เครื่องตกเนื่องจากจุดเกิดเหตุเป็นป่าลึก มาทราบข่าวอีกทีตอนที่เครื่องตกลงไปแล้ว ทราบเพียงว่า ฮ.ลำนี้เป็นของเอกชนที่มีลานจอดอยู่หลังโรงงานในซอยดังกล่าว


พ.ต.อ.จักรกฤช ศรีโรจนากูร ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรปราการ ได้ให้ข้อมูลว่า เมื่อเวลาประมาณ 08.30 น. ที่ผ่านมา สถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรปราการได้รับแจ้งเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกภายในซอยบางเมฆขาว จากการเข้าตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นเฮลิคอปเตอร์ขนาดเล็กแบบ 2 ที่นั่ง ซึ่งมีเจ้าของโรงงานแห่งหนึ่งในพื้นที่เป็นผู้ขับขี่เอง โดยมีกัปตันร่วมนั่งโดยสารไปด้วยรวม 2 ท่าน ทั้งคู่กำลังเดินทางจากโรงงานมุ่งหน้าไปยังโรงงานอีกแห่งที่จังหวัดชลบุรี แต่หลังจากเครื่องยกตัวขึ้นได้เพียงประมาณ 10 เมตร กลับเกิดเหตุขัดข้องทางเทคนิคทำให้นักบินต้องพยายามประคองเครื่องลงจอดห่างจากจุดที่ยกตัวประมาณ 30 เมตร

ในจังหวะที่เครื่องลงแตะพื้น ใบพัดได้ไปฟาดกับหญ้าคาในบริเวณนั้นจนเกิดเพลิงไหม้ขึ้นที่ตัวเครื่อง แต่ผู้โดยสารทั้ง 2 ท่านสามารถหนีออกมาจากตัวเครื่องได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรง มีเพียงคราบโคลนและตะไคร่น้ำตามร่างกายเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งจากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่าสาเหตุเกิดจากเครื่องยนต์มีกำลังไม่เพียงพอทำให้นักบินตัดสินใจนำเครื่องลงฉุกเฉิน โดยเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวเป็นเครื่องใหม่ที่ใช้งานมาเพียง 2 ปี และมีเอกสารการขออนุญาตทำการบินถูกต้องตามกฎหมาย


​ด้านนายเรวัต หุนารัตน์ ปลัดอำเภอเมืองสมุทรปราการ ระบุเพิ่มเติมว่า พื้นที่เกิดเหตุส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ของโรงงานและอยู่ห่างไกลจากชุมชน ทำให้ไม่มีชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ประสานกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พร้อมทั้งประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการเข้าจัดการพื้นที่และตรวจสอบความเสียหายเพิ่มเติม เพื่อรวบรวมหลักฐานประกอบสำนวนการสอบสวนต่อไป


ภาพข่าว : กริชแก้ว ศิริมงคล ทีมข่าวจังหวัดสมุทรปราการ//รายงาน

ใหม่กว่า เก่ากว่า