ผู้สื่อข่าวรายงาน วันที่ 12 มิ.ย. 2569 ที่แยกกเอสพีใจกลางเมืองปัตตานี เวลา 1&.30 น. ยังคงมีประชาชนในพื้นที่ยังใช้ชีวิตปกติ และประกอบอาชีพเหมือนที่ผ่านมา เพียงแต่ต้องเฝ้าฟังติดตามการแจ้งเตือน ในโลกโซเชีฃลมีเดียร์ เนื่องจากทันต่อเหตุการณ์ สถานการณ์ ในขณะที่กองกำลังร่วม 3 ฝ่าย (ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง) ได้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยเฉพาะบริเวณจุดตรวจ จุดสกัด และด่านความมั่นคงขาเข้า-ขาออก ทั้ง 4 มุมเมืองรอบเขตเทศบาลเมืองปัตตานี เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่พี่น้องประชาชนอย่างสูงสุด
สืบเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อกลางดึกวันที่ 9 มิถุนายน ที่ผ่านมา กลุ่มคนร้ายปิดบังใบหน้าแต่งกายคล้ายทหารบุกเข้ายึดพื้นที่และลอบวางระเบิดแสวงเครื่องภายในโรงไฟฟ้าชีวมวล (ต.ลิปะสโง อ.หนองจิก) ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้และความเสียหาย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและการข่าวจากหน่วยปฏิบัติการร่วม ได้เปิดปฏิบัติการเชิงรุก "ซุ่มโป่ง" ปิดล้อมตรวจค้นและไล่ล่ากดดันกลุ่มคนร้ายในพื้นที่เป้าหมายอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง โดยคาดว่าคนร้ายยังคงกบดานอยู่ไม่ไกลจากพื้นที่เขตเมือง.
สำหรับการบูรณาการร่วม 3 ฝ่าย และการยกระดับการตรวจคัดกรองในครั้งนี้ เป็นไปอย่างละเอียดถี่ถ้วน มีการตรวจสอบยานพาหนะ บุคคลต้องสงสัย และสิ่งแปลกปลอมอย่างเข้มงวด โดยมุ่งเน้นการสกัดกั้นไม่ให้กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงสามารถเข้ามาก่อเหตุซ้ำซ้อนในเขตเมืองได้
ด้าน พ.ต.อ.เจฟฟรีย์ ไศลมานกุล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองปัตตานี ได้เรียกประชุมด่วนแผน 3 ฝ่าย เพื่อซักซ้อมแผนเผชิญเหตุและวางมาตรการป้องกันย่านเศรษฐกิจขั้นสูงสุด พร้อมทั้งสั่งการให้ พ.ต.ท.จิรวัฒน์ ทองท่า สารวัตรจราจร สภ.เมืองปัตตานี นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรและกองกำลังภาคประชาชน (ชรบ. / อปพร.) กระจายกำลังทำงานหนักเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ทั้งการตรวจตราภาพรวมและการเดินเท้าสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมายอย่างใกล้ชิด
ผกก.สภ.เมืองปัตตานี เปิดเผยเพิ่มเติมว่า แม้จะเกิดสถานการณ์ความไม่สงบขึ้นในพื้นที่รอบนอก แต่ในเขตเมืองปัตตานี โดยเฉพาะย่านเศรษฐกิจและการค้าและการท่องเที่ยวยังคงมีความคึกคัก พี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวยังคงให้ความเชื่อมั่นในมาตรการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่อย่างเต็มร้อย เปรียบเสมือนกำแพงมนุษย์ที่ร่วมกันสอดส่องดูแลบ้านเมืองให้ปลอดภัยไปด้วยกัน
ภาพข่าว : ตอริก สหลันติวรกุล ทีมข่าวจังหวัดปัตตานี//รายงาน